Profil de DENNISOH)>>[l\l]#[/-\]#[l\l]<<Li...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
19 septembre บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหมมีเมืองเล็ก ๆ ที่สวยและสงบสุขเมืองหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก ทุกวันพวกเขาจะพากันไป ดู ชม พระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด และไปส่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ชายหาดตอนโพล้เพล้ ทุกคนที่เคยพวกเขาพบเจอจะมองด้วยสายตาอิจฉาในความรักของคนคู่นี้เสมอ. แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น หญิงสาวผู้โชคร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอนอนเงียบ ๆ อยู่บนเตียงของโรงพยาบาล วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า เธอก็ยังคงไม่ฟื้นคืนมา ตอนกลางวัน ชายหนุ่มจะมาเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียง ร้องเรียกคนรักของเขาเสมอ ทั้ง ชายหนุ่มจะไปสวดภาวนาออนวอนต่อ พระผู้เป็นเจ้าที่โบสถ์นอกเมือง เขาร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้ง ไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้ว ผ่านไป 1 เดือน หญิงสาวยังคงหลับใหลไม่ฟื้นเหมือนเดิม ส่วนชายหนุ่มก็ดูจะซูบเซียวขึ้นทุกวัน แต่ก็ยังคงสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอไม่หยุด แต่แล้ววันหนึ่ง พระผู้เจ้าก็เกิดเห็นใจในรักของชายหนุ่มและตกลงที่[ประทาน]พรให้แก่เขา พระผู้เป็นเจ้าได้ถามชาย หนุ่มว่า “เจ้ายอมที่จะแลกพรนี้ด้วยชีวิตของเจ้าไหม” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลว่า “ ผมยอมครับ” พระผู้เป็นเจ้าพูดว่า “งั้นดีฉันจะให้คนรักของเจ้าฟื้นขึ้นมา แต่เจ้าต้องแลกกับการกลายเป็นแมลง ปอเป็นเวลา 3 ปี เจ้าจะตกลงยอมไหม” ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้น แต่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ผมยอมครับ” ฟ้าสางแล้ว ชายหนุ่มได้กลายเป็นแมลงปอสวยงามตัวหนึ่ง เขาบอกลาพระผู้เป็นเจ้าแล้วรีบบินกลับไปที่โรงพยาบาล หญิงสาวฟื้นขึ้นมาแล้วจริง มีนายแพทย์หนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ คุยเรื่องอะไรกันสักอย่างหนึ่ง แต่ช่างเสียดายที่เขาไม่สามารถที่จะได้ยิน. หลายวันผ่านไป หญิงสาวแข็งแรงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เธอดูไม่มีความสุขเลย เธอออกตะเวณหาข่าวคราวของชายหนุ่ม แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มหายไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวยังไม่ละ ความพยายามที่จะตามหาชายคนรักของเธอ ชายหนุ่มซึ่งอยู่ในร่างของเจ้าแมลงปอ ได้[แต่]บินวนเวียนอยู่รอบตัวหญิงสาวไม่ห่าง ทว่า]เขาไม่สามารถที่ส่งเสียง ไม่สามารถโอบกอด[เธอ] เขาทำได้แค่เพียงเฝ้ามองดูหญิงสาวไม่ให้คาดสายตาเท่านั้น ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดใบไม้ปลิวร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่ เจ้าแมลงปอจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้บินมาเกาะที่บ่าของหญิงสาว เขาอยากใช้ปีกของเขาลูบใบหน้าของหญิงสาว อยากใช้ปากเล็ก ๆ จูบที่หน้าผาก แต่อย่างไรก็ดีร่างเล็กบอบบางในคราบของแมลงปอก็ไม่สามารถเรียกร้องความ สนใจจากหญิงสาวได้ แค่พริบตา ฤดูใบไม้ผลิก็มาเยือน เจ้าแมลงปอรีบบินกลับมาหาคนรักของเขา gt;เพื่อจะพบว่าร่างอันคุ้นตานั้นบัดนี้ได้ยืนเคียงคู่อยู่กับชายรูปร่างสันทัดคนหนึ ่ง ภาพ ๆ นั้นทำให้เจ้าแมลงปอเกือบจะบินตกลงมาจากอากาศเลยทีเดียว ชาวบ้านต่างกล่าวขานถึงเรื่องอุบัติเหตุที่ทำให้หญิงสาวได้รับบาดเจ็บส าหัสทำให้ได้พบกับแพทย์หนุ่มที่น่ารัก และ ใจดี คนนั้น และยังกล่าวถึงความรักของคนทั้งคู่ที่เหมือนถูกกำหนดมาอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนพวกเขายังคงพูดถึงหญิงสาวที่สดใสร่าเริงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากมายนัก เจ้าแมลงปอรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก หลังจากนั้นไม่กี่วัน แมลงปอเห็นแพทย์หนุ่มผู้นั้นพาคนรักของตนไปชายทะเลเพื่อดูพระอาทิยต์ขึ้น พลบค่ำก็อยู่[ที่]ชายหาดเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แต่สำหรับเขาแล้ว เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย หน้าร้อนของปีนี้ช่างยาวนานนัก เจ้าแมลงปอบินต่ำลง ๆ ทุกวันด้วยความรู้สีกที่เจ็บปวด เขาไม่มีเรี่ยวแรงเพียงพอที่จะบินเข้าใกล้ หญิงอันเป็นที่รัก ท่าทางการพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งคู่ ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก ย่างเข้าฤดูร้อนของปีที่ เจ้าแมลงปอไม่ค่อยไปเฝ้าดูคนรักของเขาแล้ว บ่าของเธอบัดนี้ถูกโอบกอดด้วยมือของแพทย์หนุ่ม ใบหน้าถูกประทับจูบอย่างเบา ๆ จากเขาผู้นั้น ดูท่าทางแล้วไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะมีเวลาที่จะไปคิดถึงแมลงปอที่เจ็บ ปวดตัวหนึ่ง ยิ่งไม่มีทางที่จะไปคิดถึงอดีตสิ่งที่ผ่านไป วันครบรอบปีที่ 3 ที่พระผู้เป็นกำหนดไว้ใกล้มาถึงแล้ว คนรักของเจ้าแมลงปอกับนายแพทย์หนุ่มได้จัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันสุดท้ายนั้นเอง เจ้าแมลงปอค่อย ๆ บินเข้าไปในโบสถ์ และไปเกาะที่บ่าของพระผู้เป็นเจ้า เขาได้ยินเสียงของคนรักที่ดังมาจากข้างล่างตอบรับคำสาบานของพระผู้เป็นเจ้าว่า “ฉันยอมรับ” เขาเห็นแพทย์หนุ่มคนนั้นสวมแหวนให้คนรักของเขา ตามด้วยจุมพิตที่แสนหวานของคนทั้งคู่. เจ้าแมลงปอปล่อยให้น้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลออกมา พระผู้เป็นเจ้าถามแมลงปอว่า “เจ้ารู้สึกเสียใจไหม” เจ้าแมลงปอเช็ดน้ำตาแล้วตอบว่า “เปล่า” พระผู้เป็นเจ้าถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ได้กลับเป็นเจ้าคนเดิมแล้ว” เจ้าแมลงปอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ ก่อนตอบว่า ขอผมเป็นแมลงปออย่างนี้ไปตลอดชีวิตเถอะครับ” บาง)บุพเพ[ชะตา]ถูกกำหนดมาเพื่อที่ต้องสูญเสียไป บาง//บุพเพ//ตอนจบไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รักคน ๆ หนึ่ง ไม่จำเป็นต้องได้รับรักตอบ แต่ เมื่อได้รับรักจากใครคนหนึ่ง เราต้องดูแลรักษามันไว้อย่างดี บนบ่าของคุณมีแมลงปอไหม 7 septembre การเดินทางของหัวใจ..กับ..จุดสุดท้ายมีคนเค้าบอกว่า การมีความรักเหมือนการเดินทาง............... เพราะฉะนั้นความรักก็คือ การเดินทางของหัวใจ...นะสินะ คนบางคนเพิ่งเริ่มที่จะออกเดินไปสู่จุดมุ่งหมายความฝันที่ตนเองปรารถนา คนบางคนเดินมาได้ครึ่งทางหัวใจก็เริ่มอ่อนแรง คนบางคนการเดินทางเหมือนปูไว้ด้วยกลีบกุหลาบ ก้าวอย่างมั่นคง และไม่ไหวหวั่น คนบางคนเดินทางมาไกลแต่อยู่ๆก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางซะอย่างนั้นไม่รู้เพราะอะไร หัวใจบางดวงเดินทางอย่างโดดเดี่ยวเพื่อหาหัวใจอีกดวงเป็นเพื่อนร่วมทาง หัวใจบางดวงมีหัวใจอีกดวงเดินเคียงคู่ไม่เคยห่าง หัวใจบางดวงเปลี่ยนคู่เดินทางหลายครั้งหลายหน หัวใจบางดวงเดินคู่กับหัวใจอีกดวงที่หวั่นไหวและไม่มั่นคง แต่ก็ยังไปด้วยกัน แต่ไม่ว่า การเดินทางของหัวใจจะเป็นเช่นไร เชื่อได้อย่างเดียวว่า............... ไม่ว่าจะไปถึงไหนก็ต้องการจุดสุดท้าย ที่สุดท้ายของหัวใจแต่ละดวงก็ไม่เหมือนกันแต่ก็นั่นแหละ....จะเป็นจุดสุดท้าย บางดวงเดินมาอย่างอ่อนล้าขอเพียงมีใจอีกดวงก็จะพักผ่อนเสียทีเป็นที่สุดท้าย บางดวงเดินทางมาอย่างสดใสเพราะมีใจอีกดวงเป็นเพื่อนเสมอจึงยึดมั่นเป็นจุดสุดท้าย บางดวงเดินมาบนพื้นที่แตกต่างตลอดเวลาทำให้ทั้งเจ็บช้ำและมีความสุขมาไม่น้อยแต่ก็ขอมีเพียงใจสักดวงเพื่อหยุดไว้ที่จุดสุดท้าย พักเหนื่อยเสียที ส่วนใจที่ไม่มั่นคงแต่ก็เข้ากันได้ไม่มีใครไม่มีใจดวงไหนจะดีกว่านี้ก็พอใจที่ตรงนี้เป็นจุดสุดท้าย แล้วการเดินทางของคุณละเป็นเช่นไร บัดนี้เดินมาถึงที่ตรงไหนแล้ว หัวใจคุณวันนี้เดินทางมาไกลแค่ไหน พร้อมสักทีหรือยังกับบทสรุปว่าจะหยุดลงที่จุดไหน เพื่อนเดินทางของคุณเป็นเช่นไร ทำให้ใจคุณมีความสุขอมยิ้มได้ตลอดเวลาหรือว่าทำให้คุณร้อนรนอยู่เรื่อยๆไม่เคยสบายสักครั้งหรือว่าเรื่อยเปื่อยไม่มีอะไรดีขึ้นและก็ไม่ได้แย่ลงสักเท่าไร หรือเพียงแต่ว่าวันนี้คุณยังคงโดดเดี่ยวเดินอยู่อย่างเดียวดายหาใครไม่เจอสักคนหาปลายทางไม่เจอสักที คุณเคยคิดไหมว่า การเดินทางของหัวใจ....มีจุดสุดท้ายหรือเปล่า คุณเคยคิดถึงมันไหมว่า...เพื่อนร่วมทางที่เดินมาด้วยจะเป็นเพื่อนร่วมทางตลอดไปหรือเปล่า หรือว่า...คุณยังไม่มีเพื่อนร่วมทาง คุณคิดจะได้ใครเป็นเพื่อนร่วมทางละ เค้าคนนั้นพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคความยากลำบากไปกับคุณ หรือเพียงคิดจะเดินบนกลีบกุหลาบที่คุณปูไว้ให้ เค้าคนนั้นพร้อมจะหัวเราะและร้องไห้หรือเพียงแค่มีความสุขไปวันๆ ไม่ว่าเมื่อไร ไม่ว่าวันไหน ไม่ว่าจะไปถึงที่แห่งใด หัวใจของคุณย่อมต้องการที่จะหยุดพัก ไม่ช้าก็เร็ว....แล้วจุดสุดท้ายที่คุณเตรียมไว้ให้หัวใจคุณหล่ะ เหมาะที่จะพักผ่อนสักทีหรือยัง ถามใจคุณเองว่าพอหรือยัง ถามใจคุณเองว่าไกลแค่นี้พอไหม ถามใจคุณเองว่าใครคนที่คุณมาด้วยเหมาะที่จะเป็นคู่ตลอดไปหรือยัง ถามใจคุณเองสักครั้งเถอะว่า.....จุดสุดท้าย.......อยู่ที่ตรงไหน เมื่อถึงเวลาแล้วก็พักเสียที หยุดไว้แค่นี้ ไว้ให้ใครๆได้เดินไปบ้าง เพื่อว่าสักวันอดีตเพื่อนร่วมทางของคุณจะเป็นที่สุดท้ายของใครบางคน รัก...........หัวใจ.............การเดินทาง.............จุดสุดท้าย.......... 2 septembre รองเท้า.....กับ.....รักรองเท้า...กับ...ความรัก นิยามความรักของคุณคืออะไร ส่วนของเรา...ความรัก ก็เหมือนกับ รองเท้า รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไป ดังนั้นเวลาเราไปเห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี รองเท้าบางคู่สบายใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า อาจจะรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ อาจมีบ้างที่คับไป หรือ หลวมไป แต่ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้ รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี ก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้วจะดีเหมือนอยู่กับคนอื่น ... ....เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมายเกินความจำเป็น เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยังใหม่ บางคู่อาจดูโทรม ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่ แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือ ยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของ นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับ ความรัก ระหว่างเจ้าของกับรองเท้า...เฮ้อ...น่าสงสาร.... ...รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาไม่ยาก และไม่ง่าย แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ อยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อน ซึ่งรองเท้าคู่นั้นอาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้ ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย ขอแนะนำว่าอย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี ..รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วกิ๋บเก๋ แต่รองเท้าสมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างถะนุถนอม จะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน แต่ที่แน่ๆ คุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่ารองเท้าคู่ไหนเหมาะกับคุณที่สุดจะเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น ... ..วันนี้คุณได้เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณที่สุดหรือยัง.... พยายามเสาะหาต่อไปเถอะ เราเชื่อว่าซักวันคุณจะได้เจอรองเท้าคู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณอย่างแน่นอน... ...อย่าเลยนะ...อย่าพยายามเดินเท้าเปล่าเลย เพราะบนถนนมีสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเท้าของคุณมากมาย หารองเท้าซักคู่มาใส่ป้องกันก่อนดีกว่า แม้ว่าคู่นั้นอาจจะยังไม่ใช่คู่ที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ตาม Leaf story" นิทานใบไม้... " กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... ดอกไม้และใบ้ไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกันอย่างเช่นทุกวันนี้ มันต่างก็แยกกันอยู่.. อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียวหากแต่มีหลากหลายสีสัน งดงามนัก แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น... ใบไม้รวมอยู่กับ หมู่ใบไม้ด้วยกัน มีแต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่างเงียบเหงา เดียวดาย แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกันแต่ดอกไม้แต่ละดอกต่างมีความคิดและวาดฝันเป็นของตัวเอง เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่าง ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ..บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้ แล้วนึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง แต่ดอกไม้ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่จะเรียกใบไม้ให้หันมา กระทั่งวันหนึ่ง...ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมา อย่างไม่มีเหตุผล พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นดอกไม้น้อย สีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขา ไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ.. ...ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไม ของดอกไม้น้อยในทันที แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมี ความเหงาแฝงอยู่ด้วย .. ใบไม้จึงเข้าไปถามดอกไม้ว่า "ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกิน แต่ทำไมเธอจึงดู เงียบเหงาอย่างนี้เล่า" ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่ แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า "สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิต ชีวาขึ้นมาก" ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็น หน้าที่ของเขาที่จะต้องช่วยเหลือ ดูแล และปกป้อง ดอกไม้ น้อยดอกนี้ เขาจึงบอกเธอไปว่า "มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอ ได้นะ ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉันฉันจะทำให้เธอมีชีวิตชีวาขึ้นเอง" ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธอ อย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ ถ่ายทอดออกมา เป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้ แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อย มองลงไปในลำธาร เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยนเป็นดอกไม้ สีสวยที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย เป็นสีเขียวที่ดูอบอุ่นนัก ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า "ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ" ใบไม้ยิ้มแล้วตอบ กลับไปว่า "ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข" จากนั้นมา ดอกไม้กับใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็น ต้นไม้ที่อบอุ่น บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปในผืน ดินของหัวใจ ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึก สบายตา เพราะเมื่อเรามองดูสีเขียวเมื่อไรเราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข ส่วนดอกไม้ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไมนั้น ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้หาย ไป จึงยังคงมีดอกไม้สีขาวให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน..." ถึงใครบางคนที่ยังไม่มี.."ความรัก"อาจรู้สึกได้ว่า "กาลเวลา" มักทำให้ความสุขจากผ่านไป จากชีวิตรวดเร็วเหลือเกินทำไมไม่ทำให้ความเศร้า ในชีวิต ผ่านไปเร็วๆ บ้างนะ.. หลายครั้งที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมอยู่กับความเหงา จนทำให้ไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวใดที่เกิดขึ้น ความรู้สึกที่มักจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง..เพ้อฝันไปเรื่อย.. เหม่อมองอย่าไร้ความคาดหวัง มันคงคล้ายกับเวลาที่เรามองพระอาทิตย์นะ ไม่ว่าเราจะเดินไปไหน มันก็จะตามเราไปทุกที่ แต่พอเราจะเดินเข้าไปหามันกลับไปไม่ถึง เหมือนมันกำลังถอยหนีบางอย่างและไม่มีวันที่ จะไปถึงพระอาทิตย์ดวงนั้น อย่างแน่นอน ความรักที่ดูเหมือนจะอยู่ในหัวใจของทุกคน ซึ่งสามารถที่จะรู้สึกได้ รับรู้ได้ แต่ไม่อาจสัมผัสมันได้ ความรักคงเป็นสิ่งที่ไร้กฏเกณฑ์ ไม่มีตัวกำหนด สิ่งที่กำลังเป็นอยู่ ก็เป็นเพียงความรู้สึก.. บางคนเดินไปพร้อมกับความรัก ไม่ว่ามันจะอยู่ไกลถึงไหน เพียงแค่ได้รู้สึกว่ามันไม่ได้หายไป ไม่เคยคิดจำเป็นว่าจะต้องไขว่คว้า ถึงแม้เราหยุดพัก ความรักก็ไม่เคยหายไปไหน แตกต่างกับคนที่วิ่งตามความรัก เพื่อคว้ามันให้มาอยู่ในกำมือ เสียดายที่ความรู้สึกที่เรียกว่ารักนี้ ไม่เคยหยุดนิ่ง ยิ่งวิ่งตาม ความรักก็ยิ่งถอยหนี จนตัวเราเองรู้สึกเหนื่อยล้าไปกับการไขว่คว้าความรัก สุดท้ายก็โทษความรักที่ทำร้าย.. ทั้งที่จริง..ไม่ว่ารักใดในโลก ไม่เคยทำร้ายใคร รักสร้างชีวิต.. รักสร้างพลัง.. รักสร้างกำลังใจ.. รักสร้างความศรัทธาเชื่อมั่นในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า... และเชื่อว่า ไม่ว่าความรักจะสิ้นสุดลงเมื่อไร จะไม่เสียใจที่ได้เคยใช้เวลาให้กับมัน.. ตอบตัวเองให้ได้ว่ากำลังเดินไปกับความรักอย่างช้า ๆ หรือกำลังไล่ตามความรักอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง บางทีในความรู้สึกของคนคนนึง อาจเดินไปพร้อมกับความรักอย่างไม่รู้ตัว เส้นทางยังอีกยาวไกล มองทางให้ชัดๆ ช้าๆ ระวังล้ม ระวังสะดุด.. มิเช่นนั้น สิ่งดีดีที่เก็บมา อาจหล่นหายระหว่างทาง หรือบางครั้งในความรู้สึกคนคนนึง กำลังโหยหาความรักอย่างเหน็ดเหนื่อย.. พักซะ รอให้ความรักมันเข้ามาเอง ขอเพียงเราเปิดใจ และตระหนักว่า ทุกสิ่งในโลกไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ เพราะอย่างน้อยคนที่พิสูจน์คำพูดนี้ได้ก็คือตัวคุณเอง... "ยังไร้คนรัก ใช่ไหมล่ะ ??" |
|
|